
***เอื้อเฟื้อข้อมูลและภาพประกอบโดย คุณ Tong
< tong@cyberiaweb.com >
***SAAB จากอากาศยานถึงยานยนต์***
กับการตลาดที่ไม่เหมือนใครและคาดไม่ถึง จึงยากที่จะเข้าใจว่าทำไม
SAAB มีการพัฒนาด้านยานยนต์ไม่เหมือนคู่แข่งยานยนต์อื่นๆ
เมื่อผู้ที่ทดลองขับรถจากประเทศสวีเดนแล้วยากที่จะกลับไปขับรถ
จากประเทศอื่น SAAB เป็นผู้ผลิตรถโดยเน้นความปลอดภัย
และเน้นห้องโดยสารที่เงียบ ขับสบายโดยอำนวยความสะดวก
ในการขับขี่อย่างดียิ่ง โดยใช้สโลแกนว่า "เทคโนโลยีอากาศยาน"
จึงไม่เป็นเรื่องแปลกที่ห้องโดยสารของ SAAB จึงคล้ายกับห้องโดยสารเครื่องบิน

ในวันที่ 12 ธันวาคม 1949 ที่โรงผลิตเครื่องบิน
SAAB วิศวกรรถยนต์
ได้เริ่มคิดค้นออกแบบแบบรถต้นแบบสำหรับการผลิตรถ
SAAB
สำหรับวิ่งบนถนน "SAAB 92 ยานพาหนะสีเขียว"
โดยมีแนวคิดในการออกแบบรถโดยเน้นหลักอากาศพลศาสตร์
ขับเคลื่อนล้อหน้า และเครื่องยนต์สองสูบ สิบห้าปีให้หลัง
SAAB
ได้ออกแบบด้านวิศวกรเครื่องยนต์
และได้เริ่มผลิตจากรถต้นแบบสู่รถออกสู่ตลาด
SAAB
ชื่อย่อมาจากคำว่า "Svenska
Aeroplan Aktiebolaget"
หรือ Swedish Aircraft
Company Limited
ในปี 1944 SAAB
เริ่มตัดสินใจผลิตรถยนต์เพื่อเพิ่มงบประมาณให้กับบริษัทเครื่องบิน
Gunnar Ljungstrom เป็นพนักงานว่าจ้างในบริษัท SAAB
ฝ่ายออกแบบปีกเครื่องบินได้เริ่มออกแบบรถยนต์ SAAB
หลังจากที่
Sixten Sason นักออกแบบ ได้เข้ามาร่วมกับ
โครงการผลิตรถยนต์แล้ว แรงบันดาลใจจากการพัฒนาเครื่องบิน
ทำให้ รถยนต์ SAAB มีข้อได้เปรียบในการออกแบบรถยนต์เป็นอย่างยิ่ง
รถยนต์ต้นแบบคันแรก SAAB 92.001 เริ่มขึ้นในปี 1946
หนึ่งปีต่อมา 10 มิถุนาคม 1947 รถต้นแบบคันที่สอง
SAAB 92.002 ก็ตามออกมา และได้ย้ายการผลิตไปที่
Trollhattan และในปี 1949 รถยนต์ SAAB ได้เริ่มผลิตขายจริงในรุ่น
92
รถ SAAB 92
มีการพัฒนามาจากเครื่องบิน Scandia (90)
และ เครื่องบิน Safir (91) พื้นที่ในโรงผลิตรถยนต์
Trollhattan
มีพื้นที่เพียง 190,000 sq.ft ทั้งนี้รวมทั้งประกอบตัวถังรถยนต์
ประกอบเครื่องยนต์ และส่วนพ่นสีรถยนต์อยู่ในที่เดียวกัน
หลังจาก SAAB
ได้ปล่อยรถยนต์ออกสู่ตลาด SAAB 221
เครื่องบินขับไล่ก็เริ่มการผลิตตามมา SAAB ได้ย้าย
โรงผลิตเครื่องบินไปยัง Linkoping รถยนต์ทั้งสามรุ่นได้ออกขาย
สู่ตลาดรถยนต์ในวันที่ 16 มกราคม 1950 รถยนต์ทั้งสามรุ่นนั้น
มีสีเขียวทั้งหมด และดึงดูดสายตาประชาชนให้มาสนใจกับ
รถยนต์ SAAB สีเขียวได้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี
SAAB
ก็สามารถผลิตรถได้ 4 คันต่อวัน โดยปีหนึ่งสามารถผลิต
ได้ทั้งหมด 1,246 คัน เครื่องยนต์ของ SAAB นั้นเป็นเครื่องยนต
์แบบสองสูบขนาด 764 ซีซี 25 แรงม้า รถทุกรุ่นเป็นเครื่องยนต
์ขับเคลื่อนล้อหน้า และตัวถังได้ใช้โลหะแข็งเชื่อมด้วยความร้อน
มีค่าสัมประสิทธิ์เพียง 0.35
ยอดขายรถ
SAAB กว่าจะถึง 10,000 คันในปี 1985 เป็นเวลา
กว่า 35 ปี ภายในช่วงกลางปี 1970 ยอดขายก็พุ่งขึ้นถึง
90,000 คัน
และSAAB ก็มียอดขายมาที่สุด 134,112 คัน ในปี 1986
ตามลำดับ
ในปี 1964
SAAB เริ่มนำ SAAB เข้าแข่งขัน Rally
เพื่อผลทางการตลาด โดยมี Erik Carlsson มีและ Stig
Blomqvist
และเขาก็เป็นที่รู้จักในการแข่งขัน Safari-Rally
ในปี 1964
ภายหลังในปี 1980 SAAB ได้ยกเลิกการแข่ง Rally
สาเหตุเนื่องจากกฏต่างๆ ของการแข่งขันรถ Rally
SAAB ได้ขยายโรงงานผลิตจากเมือง
Trollhattan ตามมาที่เมือง
Linkoping, เมือง Arlov, เมืองMalmo, เมือง Mechelen
(ในประเทศ Belgium ) และ เมือง Nystad/Uusikaupunki
(ประเทศ Finland). การผลิตในปัจจุบันได้ผลิตที่เมือง
Trollhattan
และ เมือง Nystad เป็นส่วนใหญ่ และ SAAB ได้ผลิต
SAAB 9-3 Viggen
และ 9-3 Convertibles ในปี 1999 SAAB มียอดขายถึง
132,000 คัน

เริ่มต้นในปี 1937 เป็นปีที่ Svenska Aeroplane
Aktiebolaget ผู้ก่อตั้ง
เป็นบริษัทผลิตเครื่องบินในกองทัพอากาศประเทศสวีเดน
ผลิตเครื่องบินรบและอาวุธยุทโธปกรณ์ ด้วยความชำนาญทักษะเหล่านี้
ได้นำมาใช้กับการผลิตรถยนต์ SAAB
วิศวกรที่มีประสพการณ์ด้านอากาศยานได้นำความรู้มาใช้
ในการออกแบบรถยนต์ SAAB รถยนต์ SAAB จึงมีลักษณะ
ไม่เหมือนรถยนต์อื่นๆ ในอุตสาหกรรมรถยนต์
ด้วยเครื่องยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า และการออกแบบตัวถัง
รถยนต์คล้ายปีกเครื่องบิน 15 ปีต่อมารถต้นแบบคันแรก
ก็ได้กำเนิดขึ้นได้สร้างความประหลาดใจอย่างยิ่งกับวงการรถยนต์
SAAB มีชื่อเสียงในด้านผู้คิดค้นเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนแปลง
ในอุตสาหกรรมรถยนต์ จึงไม่แปลกที่ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น
จึงเริ่มหันกลับมาทบทวนความคิดเหล่านี้และ
ได้นำมาใช้ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์กันอย่างกว้างขวาง

 |
 |
SAAB
เป็นรายแรกที่เสนอเข็มขัดนิรภัยให้เป็น
มาตรฐานกับรถทุกๆ รุ่นในรถ SAAB เป็นจุดเริ่ม
ต้นที่ SAAB เน้นเรืองความปลอดภัย |
|
| |
 |
 |
|
ระบบเบรคแบบคู่เพื่อกระจายแรงต้านทาน
ให้การ
เบรคได้แม่นยำขึ้น
|
|
|
| |
 |
 |
ระบบตัดไฟหน้ารถอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้
แบตเตอร์รี่หมดเวลาลืมปิดไฟรถ |
|
|
| |
 |
 |
SAAB
คำนึงถึงความปลอดภัยที่หัวเข่าภายหลัง
จากเกิดอุบัติเหตุเนื่องจากหัวเข่าไปกระแทกกุญแจรถ |
|
|
| |
 |
 |
เริ่มนำเอาที่ปัดน้ำฝนไปติดตั้งที่ไฟส่องหน้ารถ
เพื่อทำความสะอาดเวลาฝนตกหรือเลอะ
จนหลาย
ประเทศได้ออกกฏหมายบังคับให้ติดตั้งที่ปัดน้ำ
บนที่ไฟหน้า |
|
|
| |
 |
 |
กันชนกันกระแทกแม้เกิดการชนที่ความเร็วต่ำ
ที่ 8 KM/H กันชนสามารถยุบตัวแล้วคืนรูปกลับ
ดังเดิม |
|
|
| |
 |
 |
ระบบทำความร้อนที่เบาะ
โดยสามารถปรับเบาะให้
อุ่นได้ในเวลาฤดูหนาว และก็ได้เป็นมาตรฐาน
ในรถทั่วๆ ไปในปัจจุบัน |
|
|
| |
 |
 |
SAAB
เป็นรายแรกที่คิดค้นระบบ Turbo
ให้กับ
เครื่องยนต์ที่เหมาะกับสภาพท้องถนนทั่วไป |
|
|
| |
 |
 |
คานเสริมด้านข้างเพื่อป้องกันการยุบตัว
เวลาเกิดอุบัติเหตุ |
|
|
| |
 |
 |
ระบบป้องกันมลภาวะอากาศเสียจากข้างนอก
มาสู่ห้องโดยสาร |
|
|
| |
 |
 |
APC (Automatic Performance Control)
SAAB
เริ่มตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมโดยพัฒนาให้เครื่องยนต์
ของ SAAB สามารถใช้น้ำมันค่าออคเทนต่ำ
โดยไม
่เสียกำลังเครื่องยนต์ และเพิ่มกำลังเครื่องยนต์โดยใช้
Turbo |
|
|
| |
 |
 |
| คิดค้นกระจกมองข้างสามารถให้มองเห็นจุดบอดขณะขับรถ |
|
|
| |
 |
 |
SAAB อาจจะเป็นรายแรกที่คิดค้นวัศดุใหม่มาทดแทน
เบรคที่ทำจากแร่ใยหิน |
|
|
| |
 |
 |
Direct ignition ทุกๆ จุดระเบิดโดยใช้ไฟสูงถึง
40,000 Volts
นั้นได้แยกคอยต์ หลายๆ จุด ทำให้การสตาร์ทเครื่องยนต์
ในอากาศที่เย็นจัดได้ง่ายขึ้น |
|
|
| |
 |
 |
SAAB TRIONIC ยังเป็นระบบคอมพิวเตอร์เป็น
สมองกลเป็นระบบที่ทันสมัยกับประมวลผลเครื่องยนต์
เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานอย่างแม่นยำ |
|
|
| |
 |
 |
|
Light Pressure Turbo โดยใช้แรงกดอากาศต่ำ |
|
|
| |
 |
 |
พัฒนาเครื่องปรับอากาศให้ปลอดสาร
CFC เพื่อไม่ให้
ไปทำลายชั้นบรรยากาศโลก |
|
|
| |
 |
 |
SAAB Safeseat ปรัชญาในการดีไซน์เพื่อความปลอดภัย
โดยมุ่งถึงความปลอดภัยในห้องโดยสาร |
|
|
| |
 |
 |
Night Panel SAAB ได้อำนวยความสะดวกในการขับขี่ในยาม
กลางคืน โดยจะมีปุ่มดับไฟต่างๆ
ที่หน้าจอคงเหลือแต่ไฟส่อง
ความเร็วเพื่อ การขับขี่ในยามค่ำคืนได้อย่างสะดวกยิ่งขั้น |
|
|
| |
 |
 |
Ecopower เครื่องยนต์ที่เน้นในเรื่องการประหยัดพลังงาน
รักษาสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงให้ความแรง
เป็นระบบประมวล
ผลให้เครื่องยนต์ทำงานประสานกับการเผาใหม่เครื่องยนต์
อย่างดีเยี่ยม |
|
|
| |
 |
 |
SAAB Active Head Restraint จากสถิติจากผู้ขับขี่รถยนต์ภาย
หลังเกิดอุบัติเหตุ พบว่าการบาดเจ็บบริเวณศรีษะนั้นเกิดจาก
ตำแหน่งของหมอนรองศรีษะของผู้ขับนั้นไม่ตรงกับสรีระ
ระบบ
SAHR ที่ SAAB คิดค้นนั้นสามารถให้เบาะอยู่ในตำแหน่งให้ตรง
กับสรีระของการนั้งเพื่อลดการกระแทก |
|
|
| |
 |
 |
| Electronic
Brakeforce Distribution ระบบเบรครถแรงต้านจากล้อหลัง |
|
|
| |
 |
 |
ระบบระบายอากาศที่เบาะนั่งรถยนต์
จะมีพัดลมซ่อนอยู่ในเบาะนั่ง
เพื่อความสะดวกสะบายในการขับขี่ |
|
|
|